ยางรถยนต์ ควรเปลี่ยนเมื่อไร มีที่ดีที่สุดไหม?  
     

สวัสดีครับ คุณวรพล สิงห์เขียวพงษ์

              อ่านหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันมาเกือบสิบปี ติดตามคอลัมน์ของคุณวรพลมาตลอด คราวนี้ว่างๆ เลยอีเมลมาถามปัญหาเกี่ยวกับรถยนต์ครับ ผมสงสัยเกี่ยวกับเรื่องอายุการใช้งานของยางรถยนต์ ว่าจริงๆ แล้วควรเปลี่ยนเมื่อไร เพราะเท่าที่ผมทราบ จากการบอกต่อๆ จนเชื่อกันทั่วไปว่ายางรถยนต์ใช้ได้ 2 หรือ 3 ปี หรือ 4-5 หมื่นกิโลเมตร หรือ 2 ปี ยางรถยนต์หมดอายุ เร็วขนาดนั้นจริงหรือครับ

              อีกคำถามหนึ่ง คือ มียางรถยนต์ที่ดีที่สุดหรือไม่ครับ อยากได้ยางที่นิ่ม เงียบ เกาะถนน อายุการใช้งานยาวนาน ไม่สึกเร็ว ราคาไม่แพง ผมหาซื้อยางแบบนี้พอมีหวังหรือไม่ครับ

ก้องเกียรติ / ท่าพระ
     
 

เรื่องอายุการใช้งานของยางรถยนต์ ตัวเลขที่ได้ฟังบ่อยๆ ที่แนะนำกันผิดๆ ต่อเนื่องกันในวงกว้าง คือ ยางจะใช้ได้แค่ 2 ปีหรือ 4 หมื่นกม.เท่านั้น ซึ่งตัวเลขนี้ถือว่าทิ้งยางเร็วเกินไปครับ อายุการใช้งานของยางรถยนต์กับคนไทย หลายคนเปลี่ยนทิ้งเร็วเกินไป ด้วยเหตุผลที่อ้างขึ้นมาว่า ยางรถยนต์เปรียบเสมือนรองเท้าของคน ต้องหมุนตลอดเวลาที่รถแล่น หลายคนจึงกลัวว่ายางเก่าจะระเบิดและเกิดอุบัติเหตุ

              บางคนตั้งประโยคขึ้นมาว่า ยางรถยนต์เส้นละไม่กี่พันบาทเปลี่ยนเพื่อรักษาชีวิตไว้ดีกว่า อย่าไปเสียดายแนวคิดหรือประโยคเหล่านั้น ก็มีส่วนจริงครับ แต่ถ้าทิ้งยางเร็วไป ก็เสียเงินเร็วโดยใช่เหตุ ยางรถยนต์เราควรจะเลือกใช้ยางที่มีคุณภาพเหมาะสมกับลักษณะการใช้งานของเราและเปลี่ยนเมื่อหมดอายุจริงๆ หลายสิบเปอร์เซนต์ของผู้ใช้รถในเมืองไทยที่เปลี่ยนยางเร็วกว่ากำหนดโดยมาจากการแนะนำที่ผิดๆ ต่อเนื่องกันมา ทั้งจากร้านยางที่อยากขายยางเร็วกว่ากำหนด และความกลัวของผู้ใช้รถเอง รวมถึงสื่อต่างๆ ที่แนะนำต่อเนื่องกันมาจนกลายเป็นตัวเลขลอยๆ ว่ายางรถยนต์ใช้งานได้แค่ 2 ปี หรือ 4 หมื่นกิโลเมตร

              แต่เมื่อผมสอบถามไปยังบริษัทยางและเรียนรู้้ข้อมูลเกี่ยวกับยางต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ กลับบอกว่ายางรถยนต์สามารถใช้งานได้จนดอกยางสิกเหลือความลึกของร่องดอกยางประมาณ 1.6 มิลลิเมตร นึกง่ายๆ ประมาณก้านไม้ขีดแนวนอนนั่นเอง โดยไม่มีการบอกระยะทาง หรือปีที่หมดอายุตายตัวว่าใช้ได้กี่ปี

              เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้วผมเคยเห็นเอกสารของบางบริษัทยางรายใหญ่ พิมพ์ออกมาบอกว่ายางเรเดียลที่ใช้กันอยู่ในยุคนั้น มีอายุการใช้งาน 6-8 หมื่นกิโลเมตร นั่น 10 ปีที่แล้วนะครับ แล้วตอนนี้มาเชื่อกันผิดๆ ลดเหลือ 4 หมื่นกม. ได้ยังไง งงครับ

              ผมสรุปให้ตรงนี้นะครับว่า ยางรถยนต์สามารถใช้งานได้นานกว่าที่เชื่อกัน ผมตีคร่าวๆ นะครับว่า ถ้าดอกยังไม่หมด ยางยังไม่แตกร้าว ก็ใช้ต่อไปได้เรื่อยๆ และมีโอกาสที่จะใช้ได้เกิน 5 หมื่นกิโลเมตร หรือ 3 ปี หลังจากแถวๆ 5 หมื่นกม. หรือ 3 ปี ถ้าจะใช้งานต่อโดยที่ดอกยังเหลือ หรือร่องยางยังไม่ตื้นกว่า 1.6 มิลลิเมตร ก็สามารถใช้งานต่อได้ โดยให้ดูสภาพโดยรวมของยางบ่อยๆ ว่าแตกลายงา ร้าว ปริหรือไม่ แข็งกระด้างจนรับไม่ได้หรือไม่ 4  หมื่นกิโลเมตรหรือ 2 ปี ไม่ใช่ตัวเลขจากบริษัทยาง

              ซึ่งบริษัทยางบอกว่ายางรถยนต์ทนทานกว่านั้่้นมาก ทั้งๆ ที่เขาน่าจะอยากขายยางใหม่มาก ในแง่ผู้บริโภค จึงไม่ควรเปลี่ยนยางรถยนต์เร็วกว่าที่ควรจะเป็น เพราะเสียดายทรัพยากรของประเทศโดยรวมที่จะต้องเสียไปกับส่วนนี้ และยางรถยนต์เก่าถือเป็นมลพิษอย่างหนึ่งของโลก ถ้าไม่ถูกรีไซเคิล หรือนำไปใช้งานด้านอื่นที่เหมาะสม สรุปว่ายางรถยนต์สามารถใช้ได้จนดอกเหลือเตี้ย 1.6 มิลลิเมตร โดยไม่มีกำหนดระยะทางหรือระยะเวลาตายตัว แต่ในช่วงหลังจากเกิน 3 ปี หรือ 5 หมื่นกม. ให้ดูสภาพและความแข็งของยางประกอบกันด้วยว่า สมควรใช้ต่อจนดอกเกือบหมดหรือไม่

              อีกคำถามหนึ่ง คือ คุณอยากได้ยางที่ดีที่สุดในทุกด้าน ยางรถยนต์ที่ดีที่สุดในแต่ละประเภทและดีทุกด้าน ไม่มีครับ ผู้ผลิตยางและผู้บริโภคล้่วนฝันถึงยางดีเลิศเช่นนั้นเสมอครับ ยางรถยนต์มีคุณสมบัติมากมายที่ใครๆ ก็อยากให้ได้ดี เช่น เกาะถนนแห้ง เกาะถนนเปียก เสียงเงียบ นุ่มนวล ทนทาน อายุการใช้งานยาวนาน มีตั้ง 6-7 ข้อที่คาดหวังกันครับ

              บริษัทยางอยากผลิตยางทุกรุ่นให้มีทุกคุณสมบัติเด่นครบๆ แต่ไม่สำเร็จครับ ได้อย่างเสีย 2 อย่าง ได้ 2 อย่าง เสีย 3 อย่าง เป็นธรรมดาครับ อาจจะเกาะถนนเรียบดี แต่การรีดน้ำเกาะถนนเปียกไม่ค่อยดีนักแต่ก็พอรับได้ เสียงดังแต่นิ่ม หรือนิ่มแต่สึกหรอเร็ว อายุการใช้งานสั้น ดอกหมดเร็ว ยางรถยนต์ที่ดีที่สุดในแต่ละประเภทไม่มีครับ บริษัทยางฝันจะทำให้มี ผู้ซื้อฝันจะให้มี แต่ไม่มีเกิดขึ้น พิสูจน์ได้จากยางประเภทเดียวกัน ยี่ห้อเดียวกัน ก็ยังมีหลายรุ่นให้เลือกไงครับ

              ยางแต่ละรุ่นก็มีคุณสมบัติย่อยแตกต่างกันออกไป เด่นด้อยแตกต่างกันออกไป ยางรถเก๋งในขนาดเดียวกัน ยี่ห้อเดียวกัน แต่ต่างรุ่น รุ่นหนึ่งเหมาะสำหรับขับเรื่อยๆ เน้นเงียบ ราคาไม่แพง ส่วนอีกรุ่นหนึ่งขนาดเดียวกัน แต่ลวดลาย โครงสร้างแตกต่างกัน เน้นการเกาะแห้งที่ดี การรีดน้ำที่ดี แต่อาจมีเสียงรบกวนขณะใช้งานมากหน่อย หรือสึกหรอเร็วหน่อย เพราะดอกยางนิ่ม ดอกยางเป็นแท่งใหญ่ ไม่มียางที่ดีที่สุดในแต่ละประเภทในทุกๆ ด้าน ต้องทำใจว่าคุณจะเลือกยางให้เด่นด้านไหน ให้ตรงใจคุณ ตรงลักษณะการใช้งานของคุณครับ          

 

ข้อมูลจาก Q&A โดยวรพล สิงห์เขียวพงษ์ นสพ.ผู้จัดการรายวัน วันพุธที่ 2 มิถุนายน 2547  
     
   
     
Customer Self-Service
 

หมอนพิงศีรษะ    

สำคัญกว่าที่คิด!!!

ทำไมต้องลิซซิ่ง?
10 บัญญัติ ประหยัดน้ำมัน
ยางรถยนต์ ควรเปลี่ยนเมื่อไร มีที่ดีที่สุดไหม?